ปิด...
posted on 19 Apr 2010 23:36 by freedomsakurakinoปิดแบบไม่อัพค่ะ แต่เอนทรีเก่าก็ค้างไว้นะ
กะว่าจะเปลี่ยนตัวตนใหม่ เพราะทำใจเรื่องเพื่อนรักลาออกได้แล้ว เยียวยานานทีเดียว 555+
ไปที่นี่ค่ะ
http://kinojji.exteen.com/
นะ^^
ปิดแบบไม่อัพค่ะ แต่เอนทรีเก่าก็ค้างไว้นะ
กะว่าจะเปลี่ยนตัวตนใหม่ เพราะทำใจเรื่องเพื่อนรักลาออกได้แล้ว เยียวยานานทีเดียว 555+
ไปที่นี่ค่ะ
http://kinojji.exteen.com/
นะ^^
Sakurakino No Yuutsu 1
ตอน : Good Bye My Best Friend...
*คำแนะนำ : เนื้อหาหลักอยู่ที่ช่วงที่3 ช่วงที่1-2 คือบทนำและพล่ามเล็กน้อยค่ะ ใครขี้เกียจอ่านก็ข้ามได้เลย*
หลายคนอาจจะคิดว่า คำว่า "No Yuutsu" นี่มันแหม่งๆคุ้นๆ
ใช่ค่ะ มันเหมือนกับ Suzumiya Haruhi No Yuutsu
แต่ก็ไม่ได้ไปลอกเขามาแต่อย่างใดหรอกนะคะ
เพราะคนเราทุกคนก็ต้องมีช่วงเวลาหนึ่งที่ "Yuutsu" กันบ้าง
และเพราะเป็นอย่างนั้น "Yuutsu" ของ Sakurakino จึงเป็น Sakurakino No Yuutsu ยังไงละคะ
--------------------------------------------------------------------------------------
เอาล่ะ บทนำจบไปแล้ว กับคำว่า "Sakurakino No Yuutsu" พูดถึงเป็นครั้งแรกจึงเป็น1 ต่อไปก็ 2 , 3, ... ไปเรื่อยๆ(แหงละ)
ตอนแรกเราว่าจะทำให้ Sakurakino No Yuutsu แต่ละตอนนั้น เป็นเรื่องขำๆเกี่ยวกับความเศร้าที่สนุกๆรายวัน พร้อมการ์ตูน 4 ช่องที่แนบมากับเรื่องเล่าประมาณ1-2ตอนน่ะค่ะ
แต่ เกี่ยวกับ Sakurakino No Yuutsu 1 นี้ จะไม่มีการ์ตูน 4 ช่อง และไม่ใช่เรื่องน่าสนุกหรือขำๆหรอกค่ะ
เพราะนี่คือเรื่องน่าเศร้าจริงๆ ...
แต่ตอนที่ 2 เป็นต้นไป ก็จะเป็นเรื่องขำๆนะคะ ใครชอบก็ติดตามนะคะ(ขอเม้นท์ด้วยละ อิอิ)
พล่ามมากไปละ ไปดูดีกว่าค่ะ ...
---------------------------------------------------------------------------------------
คุณคงเคยมีช่วงเวลาต้องจากกับผู้คนใช่ไหม ?
ไม่ว่าจะเป็นผู้คนที่เราเฉยๆ คนที่เราเกลียด คนที่เรารัก คนที่เราสนิทสนม หรือคนที่อยู่เคียงข้างเรา
Sakurakino No Yuutsu 1 นี้ จะเล่าถึงเรื่องราวการจากกันระหว่างเพื่อน
เพื่อน ทุกคนคงรู้ว่า เป็นสิ่งที่สำคัญมากเพียงไหน บุคคลที่เราเรียกว่าเป็น "เพื่อน" คือบุคคลที่เราไ้ว้เนื้อเชื่อใจมากกว่าคนแปลกหน้า อาจจะสนิทหรือไม่สนิทก็ได้
เพื่อนสนิท ความหมายตรงตัวคือเพื่อนที่เราเชื่อใจเขาเหล่านั้นมากเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่แต่ละคนจะมีเพื่อนสนิทจริงๆไม่มากเท่าใดนัก อาจจะประมาณ 2-3 คน หรืออย่างมากสุดคงไม่ถึง 10 คนเป็นส่วนใหญ่
เรา ต้องจากกับเพื่อนสนิทที่รักมากถึงมากที่สุดคนหนึ่ง ทั้งๆที่ควรจะจากกันตอนประมาณอยู่ม.3 แท้ๆ แต่นี่แค่ม.2 เราก็ต้องจากกันแบบอาจจะไม่ได้เจอกันอีกก็ได้ ถ้าเขาไม่ได้เป็นฝ่ายมาเยี่ยมเยียนเรา
เรามีเพื่อนสนิทที่สุด 3 คน คือ พริม วรรณ และ "พิมพ์"
พิมพ์ คือ เพื่อนที่เราสนิทมากที่สุดเท่าที่เคยมีเพื่อนมาและคือคนที่เราต้องจากกับเธอด้วย
"แม่ของเราบอกว่าอาจจะให้ย้ายโรงเรียนก็ได้อะ ทำไงดี?"
"ไม่ม้าง~ที่นี่ดีจะตาย แถมห้องGiftedด้วยนะจ๊ะหนู ย้า่ยได้งาย เสียดายแย่เลย เพื่อนๆก็สนิทกันทั้งห้องแล้ว ย้ายนี่มีประท้วงนะนี่ ที่นี่ไม่ดีก็แค่ไว้ผมยาวไม่ได้เท่านั้นและ 555+"
"เออ เนาะ 555+"
นี่คือบทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องนี้สั้นๆ ของเรากับพิมพ์ บทสนทนาทีเล่นทีจริง ที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ คิดว่าเรื่องที่แม่ของพิมพ์จะให้ย้ายโรงเรียนอาจจะเป็นเรื่องล้อเล่นกัน
ไม่นึกว่าสิ่งที่พูดวันนั้นจะกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมา...!!?
วันสุดท้ายของวันสอบปลายเทอม 1 เรา พิมพ์ พริม วรรณ(กลุ่มเพื่อนสนิทของเรา)ไปกินไอติมกันที่ห้างตรงถนนตรงข้ามโรงเรียน พร้อมกับเพื่อนอีก 2 คนในห้อง ที่กลุ่มของเราค่อนข้างสนิทเป็นพิเศษ
กินกันอย่างเอร็ดอร่อย รู้สึกจะสั่ง Earth Quake มาล่ะมั้ง จำไม่ได้แฮะส่งมา1ที่แล้วแบ่งๆกันกินมั่วๆแล้วรวมเงินกันออก คือวิถีชีวิตปกติของเด็กม.ต้น...
เรื่องปกติที่ต้องมีการถ่ายรูปกันเกิดขึ้น ไม่ว่่าจะเป็นหมู่หรือเดี่ยว มากมายหลายรูป
"เข้าค่ายคณิตศาสตร์คราวนี้เราไปไม่ได้นะทุกคน ต้องกลับบ้านที่โคราชอะ"
"...? กลับโคราชอีกแล้วเรอะเจ๊ เสียดายเนาะ ว่าจะไปกันให้ครบซะหน่อย..."
นี่คือสิ่งที่เราพูดๆกันอยู่ระหว่างถ่ายรูปหลังกินเสร็จ และเมื่อกินเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
"รถแม่เรามาแล้วล่ะ ไปนะ คนอื่นเจอวันค่ายเลข ส่วนพิมพ์เจอกันวันค่ายลูกเสือนะ"
"อื้ม ไว้เจอกันนะ คิดถึงแย่เลย ไม่เจอเพื่อนตั้งเดือนนึงแน่ะ"
"น่า เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว อดทนๆ"
พูดเสร็จก็โบกมืออย่างไม่คิดอะไรหันหลังแล้วโบกมือให้2-3ที แล้วตะโกนว่า บ๊ายบาย พิมพ์ก็เหมือนกัน แล้วเราก็หันหลังไปแบบไม่หันกลับมาอีกเลย นั่งรถและกลับบ้านตามปกติ ในใจก็พลางคิดว่า
เอาน่า...เดี๋ยวค่ายลูกเสือก็เจอกันแล้ว!!
ตามที่พิมพ์บอก ค่ายคณิตพิมพ์ไม่ได้ไปจริงๆ เราก็รอทีจะเจอในวันค่ายลูกเสือ...
แต่ค่ายลูกเสือพิมพ์ก็ไม่ได้มาอีกแล้ว...?
เป็นอะไรรึปล่าว? ไม่สบาย?หรือยังไม่กลับ? หรือขี้เกียจมากันแน่? มีผลถึงไม่ผ่านเลยนะ?
โทรไปหาก็มีเสียงตอบรับอัตโนมัติมาว่า "เลขหมายนี้ยังไม่เปิดให้ใช้บริการ"
อะไรหว่า เปลี่ยนเบอร์อีกแล้วหรอ? ไม่บอกกันมั่งเลยนะ เปิดเทอมต้องเฉ่งสักหน่อย อิอิ
ว่าแล้วเราก็ไปถาม 1 ในเพื่อนสนิทอีก 2 คน วรรณและพริม ในระหว่างที่จุดไฟทำกับข้าวกินเอง
"มีสิ นี่ 08xxxxxxxx เบอร์ใหม่ของพิมพ์" วรรณบอก
"ว่าแต่พิมพ์ไม่มาอีกแล้ว คุณเธอนี่ล่ะก็" พริมบ่นนิดหน่อย
"ขอบคุณค่ะ แหะๆๆ" เราหัวเราะแห้งๆในใจก็เห็นด้วยนิดหน่อย
"นี่ได้มาจากแม่ของพิมพ์ แต่แม่ของพิมพ์บอกว่า อย่าบอกเบอร์นี้ให้คนอื่นรู้น่ะ"
ทำไมหว่า ยิ่งคิดก็ยิ่งเปลืองนิวรอน จึงตอบกลับไปแค่ว่า "ทำไมอะ?" แน่นอนว่าคำตอบที่ได้มาคือ
"ไม่รู้เหมือนกัน เห็นแม่พิมพ์บอกว่าเดี๋ยวจะโทรมาบอก"
อืม...เดี๋ยวก็รู้แล้วสินะ ว่าแล้วก็หันไปจุดไฟที่เอาแต่โดนลมพัดจนดับต่อ หรือพูดให้ถูกคือดูรุ่นพี่จุดให้ ถึงแม้ว่าจะจุดด้วยไม้ขีดพร้อมกัน4-5ก้านก็ดับอยู่ได้
@!+*//~#%$&>}@##~?
เสียงโทรศัพท์ของเพื่อนในหมู่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงที่ขึ้นว่า ฮัลโหลตามมาติดๆ
เรามองไปที่เพื่อนคนนั้นก็พบว่า ใบหน้าของเพื่อนตัวสูงคนนี้คือใบหน้าที่ดูตกใจสุดขีด ดวงตาเบิกโพลงกว่าง ริมฝีปากที่แยกออกจากกันเพราะการอ้าปากค้าง พร้อมกับเสียงที่ขึ้นมาเสียงดังว่า "ห๊ะ!!!!?????จริงหรอคะ"
เรายืนอยู่ข้างๆก็ทำหน้างงๆล่ะมั้ง เพื่อนคนนั้นจึงเอามือมาปิดโทรศัพท์ตรงจุดรับเสียงแล้วพูดว่า
"พิมพ์ลาออกไปแล้ว....!!!!!"
".....!!!!!!!???? ลาออก!!? จากโรงเรียน??!!"
เราที่เริ่มพูดไม่ได้ศัพท์พูดเสียงดังถามเพื่อนทั้งๆที่แน่อยู่แล้วว่าต้อง เป็นลาออกจากโรงเรียน เพื่อนคนนั้นพยักหน้าหนึ่งที ท่าทางเราคงจะพูดกันเสียงดังจนเพื่อนได้ยินแล้วหันมาร้องห๊าาาาาา!!???กันหมด
เสียงเริ่มดังอื้ออึงขึ้น แต่ตอนนี้สมองของเราไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว ในใจเอาแต่คิดว่า ทำไม?เพราะอะไร?เกิดอะไรขึ้น?เป็นเรื่องจริงหรอ?ที่พิมพ์เคยพูดนี่เรื่องจริงหรอ?แล้วทำไมไม่บอกกันก่อนล่วงหน้าเลย??
เราพาร่างที่เริ่มโซซัดโซเซออกจากบริเวณนั้น พลางหยุดตรงหน้าเพื่อนคนหนึ่ง เพื่อนยื่นมือมาตบบ่าทั้งสองข้างแล้วพูดขึ้น...
"ไม่เป็นไรนะจูน??"
เหมือนเป็นคำกระตุ้นความรู้สึกส่วนลึกในหัวใจ น้ำตาเริ่มออกมาจากขอบตาของเรา เริ่มหยดออกมาอาบหน้าทีละเม็ด ทีละเม็ดจนออกมาเป็นสาย พร้อมกับเสียงสะอื้นดังฮึกฮัก เราเอาหัวไปซบไหล่ของเพื่อนที่สูงกว่านิดหน่อย พลางร้องไห้ โดยที่น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมาเลย
น้ำตาไหลรินออกมาไม่หยุด บางเม็ดก็ร่วงลงพื้น เสื้อ หรือแว่นตาที่เรากำลังใส่อยู่ เพื่อนคนนั้นกอดปลอบพลางพูดปลอบใจหัวใจที่ตอนนี้กำลังเจ็บปวดอย่างเหลือล้น
"เรารู้อยู่แล้วล่ะ" วรรณว่าอย่างนั้น
ในหัวของเราตอนนี้มีแต่เรื่องก่อนๆที่เล่นกับพิมพ์
เสียใจ....
เสียใจที่ตอนนั้นเคยพูดไม่ดีออกไป...
เสียใจที่เคยพูดกับเรื่องที่พิมพ์ค่อนข้างซีเรียส แต่เรากลับทำเป็นเล่น...
เสียใจที่ตอนนั้นไม่ได้เล่นกับพิมพ์มากเท่าไหร่...
เสียใจที่ตอนนั้นไม่ได้ปลอบใจพิมพ์ในหลายๆเรื่องให้ดี...
เสียใจที่ตอนที่ไปกินไอติมไม่ได้ถ่ายรูปด้วยกัน...
เสียใจที่กินเสร็จแล้วก็ไม่ได้บอกลาให้ดี ห่วงแต่จะกลับบ้านเล่นเกม...
เรามันบ้า....
บ้าจริงๆ บ้าที่สุด อยากขอโทษ อยากนั่งเรียนด้วยกันอีก อยากเล่นด้วยกันอีก อยากคุยกันอีก อยากทำอะไรหลายๆอย่างด้วยกันอีก
ทั้งๆที่เป็นอย่างนั้น เรากลับปล่อยเวลาที่เราอยู่กับพิมพ์ให้ผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์...
หลายครั้งที่เราเสียใจแล้วพิมพ์เป็นฝ่ายปลอบ แต่เวลาพิมพ์พูดเรื่องย้ายโรงเรียนเรากลับทำเป็นเล่น
พิมพ์คงเสียใจ อยากขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ แต่มันช้าไปแล้ว
พิมพ์ย้ายโรงเรียนไปแล้ว ไปเรียนที่โคราช และบอกกับเพื่อนว่า คงจะไม่กลับมาอีกแล้ว แต่อาจจะมาเยี่ยม
ในใจตอนนี้มีแต่ความรู้สึกผิด คุยกันครั้งหน้า เราจะต้องขอโทษพิมพ์ให้ได้ ขอโทษในเรื่องนี้และเรื่องอื่นๆที่เคยทำไม่ดีลงไป
ตอนนี้ก็อยากขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษนะเพื่อนรัก
สัญญาว่าจะไม่ทำอีกแล้ว...จะไม่ทำเรื่องแย่ๆแบบนี้อีกแล้ว...
แต่ถึงอย่างนั้น พิมพ์ก็ไม่ได้มานั่งเรียนด้วยกันอย่างเคยอีกแล้ว
คิดถึง คิดถึง ใจจะขาด อยากพบ อยากเจอ แต่ทำไม่ได้
ได้แต่ภาวนาขอให้มีความสุขกับโรงเรียนใหม่ ได้แต่หวังลึกๆว่าจะได้เจอกันอีกแน่นอน
พิมพ์มาเม้นท์ในไฮ5 แล้วเราก็เม้นท์กลับไป แต่ก็ไม่ได้ขอโทษ อยากขอโทษกันตรงๆ ไม่ใช่การเม้นท์ไฮ5เอา
บ๊ายบาย... คำพูดในวันนั้นของพิมพ์แม้อาจจะไม่ได้คิดอะไร แต่ไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นคำสุดท้ายที่ได้พูดคุยกันแบบตัวต่อตัว...
ไว้มาเยี่ยมมั่งนะ เราเม้นท์กลับไปและพูดอย่างอื่นอีก
ขอให้มีความสุขนะพิมพ์ ถึงแม้ว่าจะอยู่คนละโรงเรียนกัน แต่เราก็จะเป็นเพื่อนกันตลอดไป
สัญญา....
จะไม่ทำเรื่องแย่ๆอีกแล้ว...
จะไม่ทำให้เสียใจอีกแล้ว...
เจอกันคราวหน้าเราจะขอโทษ หรืออาจจะโทรไปขอโทษเลยก็ได้
เราต้องได้เจอกันอีก ต้องได้เจอกันอีก ต้องได้เจอกันอีก แน่นอน....
นะ พิมพ์..... เพื่อนรัก
edit @ 31 Oct 2008 20:17:37 by Sakurakino