Sakurakino No Yuutsu 1 : Good Bye My Best Friend...

posted on 29 Oct 2008 17:04 by freedomsakurakino  in narrative

Sakurakino No Yuutsu 1

ตอน : Good Bye My Best Friend...

*คำแนะนำ : เนื้อหาหลักอยู่ที่ช่วงที่3 ช่วงที่1-2 คือบทนำและพล่ามเล็กน้อยค่ะ ใครขี้เกียจอ่านก็ข้ามได้เลย*

หลายคนอาจจะคิดว่า คำว่า "No Yuutsu" นี่มันแหม่งๆคุ้นๆ

ใช่ค่ะ มันเหมือนกับ Suzumiya Haruhi  No Yuutsu

 แต่ก็ไม่ได้ไปลอกเขามาแต่อย่างใดหรอกนะคะ

 เพราะคนเราทุกคนก็ต้องมีช่วงเวลาหนึ่งที่ "Yuutsu" กันบ้าง

และเพราะเป็นอย่างนั้น "Yuutsu" ของ Sakurakino จึงเป็น Sakurakino No Yuutsu ยังไงละคะ

--------------------------------------------------------------------------------------

เอาล่ะ บทนำจบไปแล้ว กับคำว่า "Sakurakino No Yuutsu" พูดถึงเป็นครั้งแรกจึงเป็น1 ต่อไปก็ 2 , 3, ... ไปเรื่อยๆ(แหงละ)

 ตอนแรกเราว่าจะทำให้ Sakurakino No Yuutsu แต่ละตอนนั้น เป็นเรื่องขำๆเกี่ยวกับความเศร้าที่สนุกๆรายวัน พร้อมการ์ตูน 4 ช่องที่แนบมากับเรื่องเล่าประมาณ1-2ตอนน่ะค่ะ

แต่ เกี่ยวกับ Sakurakino No Yuutsu 1 นี้ จะไม่มีการ์ตูน 4 ช่อง และไม่ใช่เรื่องน่าสนุกหรือขำๆหรอกค่ะ

เพราะนี่คือเรื่องน่าเศร้าจริงๆ ...

แต่ตอนที่ 2 เป็นต้นไป ก็จะเป็นเรื่องขำๆนะคะ ใครชอบก็ติดตามนะคะ(ขอเม้นท์ด้วยละ อิอิ)

พล่ามมากไปละ ไปดูดีกว่าค่ะ ...

---------------------------------------------------------------------------------------

คุณคงเคยมีช่วงเวลาต้องจากกับผู้คนใช่ไหม ?

ไม่ว่าจะเป็นผู้คนที่เราเฉยๆ คนที่เราเกลียด คนที่เรารัก คนที่เราสนิทสนม หรือคนที่อยู่เคียงข้างเรา

Sakurakino No Yuutsu 1 นี้ จะเล่าถึงเรื่องราวการจากกันระหว่างเพื่อน

     พื่อน ทุกคนคงรู้ว่า เป็นสิ่งที่สำคัญมากเพียงไหน บุคคลที่เราเรียกว่าเป็น "เพื่อน" คือบุคคลที่เราไ้ว้เนื้อเชื่อใจมากกว่าคนแปลกหน้า อาจจะสนิทหรือไม่สนิทก็ได้

     เพื่อนสนิท ความหมายตรงตัวคือเพื่อนที่เราเชื่อใจเขาเหล่านั้นมากเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่แต่ละคนจะมีเพื่อนสนิทจริงๆไม่มากเท่าใดนัก อาจจะประมาณ 2-3 คน หรืออย่างมากสุดคงไม่ถึง 10 คนเป็นส่วนใหญ่

     เรา ต้องจากกับเพื่อนสนิทที่รักมากถึงมากที่สุดคนหนึ่ง ทั้งๆที่ควรจะจากกันตอนประมาณอยู่ม.3 แท้ๆ แต่นี่แค่ม.2 เราก็ต้องจากกันแบบอาจจะไม่ได้เจอกันอีกก็ได้ ถ้าเขาไม่ได้เป็นฝ่ายมาเยี่ยมเยียนเรา

    เรามีเพื่อนสนิทที่สุด 3 คน คือ พริม วรรณ และ "พิมพ์"

    พิมพ์ คือ เพื่อนที่เราสนิทมากที่สุดเท่าที่เคยมีเพื่อนมาและคือคนที่เราต้องจากกับเธอด้วย

    "แม่ของเราบอกว่าอาจจะให้ย้ายโรงเรียนก็ได้อะ ทำไงดี?"

    "ไม่ม้าง~ที่นี่ดีจะตาย แถมห้องGiftedด้วยนะจ๊ะหนู ย้า่ยได้งาย เสียดายแย่เลย เพื่อนๆก็สนิทกันทั้งห้องแล้ว ย้ายนี่มีประท้วงนะนี่ ที่นี่ไม่ดีก็แค่ไว้ผมยาวไม่ได้เท่านั้นและ 555+"

    "เออ เนาะ 555+"

 นี่คือบทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องนี้สั้นๆ ของเรากับพิมพ์ บทสนทนาทีเล่นทีจริง ที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ คิดว่าเรื่องที่แม่ของพิมพ์จะให้ย้ายโรงเรียนอาจจะเป็นเรื่องล้อเล่นกัน

 ไม่นึกว่าสิ่งที่พูดวันนั้นจะกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมา...!!?

 วันสุดท้ายของวันสอบปลายเทอม 1 เรา พิมพ์ พริม วรรณ(กลุ่มเพื่อนสนิทของเรา)ไปกินไอติมกันที่ห้างตรงถนนตรงข้ามโรงเรียน พร้อมกับเพื่อนอีก 2 คนในห้อง ที่กลุ่มของเราค่อนข้างสนิทเป็นพิเศษ

กินกันอย่างเอร็ดอร่อย รู้สึกจะสั่ง Earth Quake มาล่ะมั้ง จำไม่ได้แฮะส่งมา1ที่แล้วแบ่งๆกันกินมั่วๆแล้วรวมเงินกันออก คือวิถีชีวิตปกติของเด็กม.ต้น...

เรื่องปกติที่ต้องมีการถ่ายรูปกันเกิดขึ้น ไม่ว่่าจะเป็นหมู่หรือเดี่ยว มากมายหลายรูป

    "เข้าค่ายคณิตศาสตร์คราวนี้เราไปไม่ได้นะทุกคน ต้องกลับบ้านที่โคราชอะ"

    "...? กลับโคราชอีกแล้วเรอะเจ๊ เสียดายเนาะ ว่าจะไปกันให้ครบซะหน่อย..."

นี่คือสิ่งที่เราพูดๆกันอยู่ระหว่างถ่ายรูปหลังกินเสร็จ  และเมื่อกินเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

    "รถแม่เรามาแล้วล่ะ ไปนะ คนอื่นเจอวันค่ายเลข ส่วนพิมพ์เจอกันวันค่ายลูกเสือนะ"

    "อื้ม ไว้เจอกันนะ คิดถึงแย่เลย ไม่เจอเพื่อนตั้งเดือนนึงแน่ะ"

    "น่า เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว อดทนๆ"

พูดเสร็จก็โบกมืออย่างไม่คิดอะไรหันหลังแล้วโบกมือให้2-3ที แล้วตะโกนว่า บ๊ายบาย พิมพ์ก็เหมือนกัน แล้วเราก็หันหลังไปแบบไม่หันกลับมาอีกเลย นั่งรถและกลับบ้านตามปกติ ในใจก็พลางคิดว่า

    เอาน่า...เดี๋ยวค่ายลูกเสือก็เจอกันแล้ว!!

ตามที่พิมพ์บอก ค่ายคณิตพิมพ์ไม่ได้ไปจริงๆ เราก็รอทีจะเจอในวันค่ายลูกเสือ...

   แต่ค่ายลูกเสือพิมพ์ก็ไม่ได้มาอีกแล้ว...?

  เป็นอะไรรึปล่าว? ไม่สบาย?หรือยังไม่กลับ? หรือขี้เกียจมากันแน่? มีผลถึงไม่ผ่านเลยนะ?

    โทรไปหาก็มีเสียงตอบรับอัตโนมัติมาว่า "เลขหมายนี้ยังไม่เปิดให้ใช้บริการ"

อะไรหว่า เปลี่ยนเบอร์อีกแล้วหรอ? ไม่บอกกันมั่งเลยนะ เปิดเทอมต้องเฉ่งสักหน่อย อิอิ

ว่าแล้วเราก็ไปถาม 1 ในเพื่อนสนิทอีก 2 คน วรรณและพริม ในระหว่างที่จุดไฟทำกับข้าวกินเอง

    "มีสิ นี่ 08xxxxxxxx เบอร์ใหม่ของพิมพ์" วรรณบอก

    "ว่าแต่พิมพ์ไม่มาอีกแล้ว คุณเธอนี่ล่ะก็" พริมบ่นนิดหน่อย

    "ขอบคุณค่ะ แหะๆๆ" เราหัวเราะแห้งๆในใจก็เห็นด้วยนิดหน่อย

    "นี่ได้มาจากแม่ของพิมพ์ แต่แม่ของพิมพ์บอกว่า อย่าบอกเบอร์นี้ให้คนอื่นรู้น่ะ"

ทำไมหว่า ยิ่งคิดก็ยิ่งเปลืองนิวรอน จึงตอบกลับไปแค่ว่า "ทำไมอะ?" แน่นอนว่าคำตอบที่ได้มาคือ

    "ไม่รู้เหมือนกัน เห็นแม่พิมพ์บอกว่าเดี๋ยวจะโทรมาบอก"

อืม...เดี๋ยวก็รู้แล้วสินะ ว่าแล้วก็หันไปจุดไฟที่เอาแต่โดนลมพัดจนดับต่อ หรือพูดให้ถูกคือดูรุ่นพี่จุดให้ ถึงแม้ว่าจะจุดด้วยไม้ขีดพร้อมกัน4-5ก้านก็ดับอยู่ได้

     @!+*//~#%$&>}@##~?

เสียงโทรศัพท์ของเพื่อนในหมู่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงที่ขึ้นว่า ฮัลโหลตามมาติดๆ

เรามองไปที่เพื่อนคนนั้นก็พบว่า ใบหน้าของเพื่อนตัวสูงคนนี้คือใบหน้าที่ดูตกใจสุดขีด ดวงตาเบิกโพลงกว่าง ริมฝีปากที่แยกออกจากกันเพราะการอ้าปากค้าง พร้อมกับเสียงที่ขึ้นมาเสียงดังว่า "ห๊ะ!!!!?????จริงหรอคะ"

เรายืนอยู่ข้างๆก็ทำหน้างงๆล่ะมั้ง เพื่อนคนนั้นจึงเอามือมาปิดโทรศัพท์ตรงจุดรับเสียงแล้วพูดว่า

    "พิมพ์ลาออกไปแล้ว....!!!!!"

    ".....!!!!!!!???? ลาออก!!? จากโรงเรียน??!!"

เราที่เริ่มพูดไม่ได้ศัพท์พูดเสียงดังถามเพื่อนทั้งๆที่แน่อยู่แล้วว่าต้อง เป็นลาออกจากโรงเรียน เพื่อนคนนั้นพยักหน้าหนึ่งที ท่าทางเราคงจะพูดกันเสียงดังจนเพื่อนได้ยินแล้วหันมาร้องห๊าาาาาา!!???กันหมด

    เสียงเริ่มดังอื้ออึงขึ้น แต่ตอนนี้สมองของเราไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว ในใจเอาแต่คิดว่า ทำไม?เพราะอะไร?เกิดอะไรขึ้น?เป็นเรื่องจริงหรอ?ที่พิมพ์เคยพูดนี่เรื่องจริงหรอ?แล้วทำไมไม่บอกกันก่อนล่วงหน้าเลย??

เราพาร่างที่เริ่มโซซัดโซเซออกจากบริเวณนั้น พลางหยุดตรงหน้าเพื่อนคนหนึ่ง เพื่อนยื่นมือมาตบบ่าทั้งสองข้างแล้วพูดขึ้น...

    "ไม่เป็นไรนะจูน??"

เหมือนเป็นคำกระตุ้นความรู้สึกส่วนลึกในหัวใจ น้ำตาเริ่มออกมาจากขอบตาของเรา เริ่มหยดออกมาอาบหน้าทีละเม็ด ทีละเม็ดจนออกมาเป็นสาย พร้อมกับเสียงสะอื้นดังฮึกฮัก เราเอาหัวไปซบไหล่ของเพื่อนที่สูงกว่านิดหน่อย พลางร้องไห้ โดยที่น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมาเลย

น้ำตาไหลรินออกมาไม่หยุด บางเม็ดก็ร่วงลงพื้น เสื้อ หรือแว่นตาที่เรากำลังใส่อยู่ เพื่อนคนนั้นกอดปลอบพลางพูดปลอบใจหัวใจที่ตอนนี้กำลังเจ็บปวดอย่างเหลือล้น

    "เรารู้อยู่แล้วล่ะ" วรรณว่าอย่างนั้น

ในหัวของเราตอนนี้มีแต่เรื่องก่อนๆที่เล่นกับพิมพ์

   เสียใจ....

   เสียใจที่ตอนนั้นเคยพูดไม่ดีออกไป...

   เสียใจที่เคยพูดกับเรื่องที่พิมพ์ค่อนข้างซีเรียส แต่เรากลับทำเป็นเล่น...

   เสียใจที่ตอนนั้นไม่ได้เล่นกับพิมพ์มากเท่าไหร่...

   เสียใจที่ตอนนั้นไม่ได้ปลอบใจพิมพ์ในหลายๆเรื่องให้ดี...

   เสียใจที่ตอนที่ไปกินไอติมไม่ได้ถ่ายรูปด้วยกัน...

   เสียใจที่กินเสร็จแล้วก็ไม่ได้บอกลาให้ดี ห่วงแต่จะกลับบ้านเล่นเกม...

         เรามันบ้า....

บ้าจริงๆ บ้าที่สุด อยากขอโทษ อยากนั่งเรียนด้วยกันอีก อยากเล่นด้วยกันอีก อยากคุยกันอีก อยากทำอะไรหลายๆอย่างด้วยกันอีก

ทั้งๆที่เป็นอย่างนั้น เรากลับปล่อยเวลาที่เราอยู่กับพิมพ์ให้ผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์...

หลายครั้งที่เราเสียใจแล้วพิมพ์เป็นฝ่ายปลอบ แต่เวลาพิมพ์พูดเรื่องย้ายโรงเรียนเรากลับทำเป็นเล่น

พิมพ์คงเสียใจ อยากขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ แต่มันช้าไปแล้ว

พิมพ์ย้ายโรงเรียนไปแล้ว ไปเรียนที่โคราช และบอกกับเพื่อนว่า คงจะไม่กลับมาอีกแล้ว แต่อาจจะมาเยี่ยม

ในใจตอนนี้มีแต่ความรู้สึกผิด คุยกันครั้งหน้า เราจะต้องขอโทษพิมพ์ให้ได้ ขอโทษในเรื่องนี้และเรื่องอื่นๆที่เคยทำไม่ดีลงไป

ตอนนี้ก็อยากขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษนะเพื่อนรัก

สัญญาว่าจะไม่ทำอีกแล้ว...จะไม่ทำเรื่องแย่ๆแบบนี้อีกแล้ว...

แต่ถึงอย่างนั้น พิมพ์ก็ไม่ได้มานั่งเรียนด้วยกันอย่างเคยอีกแล้ว

คิดถึง คิดถึง ใจจะขาด อยากพบ อยากเจอ แต่ทำไม่ได้

ได้แต่ภาวนาขอให้มีความสุขกับโรงเรียนใหม่ ได้แต่หวังลึกๆว่าจะได้เจอกันอีกแน่นอน

พิมพ์มาเม้นท์ในไฮ5 แล้วเราก็เม้นท์กลับไป แต่ก็ไม่ได้ขอโทษ อยากขอโทษกันตรงๆ ไม่ใช่การเม้นท์ไฮ5เอา

 บ๊ายบาย... คำพูดในวันนั้นของพิมพ์แม้อาจจะไม่ได้คิดอะไร แต่ไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นคำสุดท้ายที่ได้พูดคุยกันแบบตัวต่อตัว...

ไว้มาเยี่ยมมั่งนะ เราเม้นท์กลับไปและพูดอย่างอื่นอีก

ขอให้มีความสุขนะพิมพ์ ถึงแม้ว่าจะอยู่คนละโรงเรียนกัน แต่เราก็จะเป็นเพื่อนกันตลอดไป

สัญญา....

จะไม่ทำเรื่องแย่ๆอีกแล้ว...

จะไม่ทำให้เสียใจอีกแล้ว...

เจอกันคราวหน้าเราจะขอโทษ หรืออาจจะโทรไปขอโทษเลยก็ได้

เราต้องได้เจอกันอีก ต้องได้เจอกันอีก ต้องได้เจอกันอีก แน่นอน....

นะ พิมพ์..... เพื่อนรัก

edit @ 31 Oct 2008 20:17:37 by Sakurakino